in Uncategorized

“แดงเดือด” จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็นแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

แดงเดือด จืดชืด ! เจาะ 5 ประเด็นแมนยูเปิดบ้านเจ๊าลิเวอร์พูลไร้สกอร์

แดงเดือด  ที่หลายคนคาดหวังเอาไว้กลายเป็น “แดงจืด” เมื่อ ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไร้สกอร์ ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่การได้ 1 คะแนนกลับบ้านก็ทำให้ “หงส์แดง” ทำแต้มแซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปยืนเป็นจ่าฝูงแบบโดดๆ เรียบร้อยแล้ว
แมตช์นี้ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่แปลกจริงๆ เพราะใครจะไปคิดว่า “ปีศาจแดง” ต้องใช้โควตาเปลี่ยนตัวหมดเกลี้ยงตั้งแต่ครึ่งแรก

ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็เจอปัญหาเดียวกันเมื่อ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้รับบาดเจ็บทำให้ทีมต้องจำใจเปลี่ยนตัวออก และเกมของ “หงส์แดง” ก็สะดุดไปทันทีเช่นกัน

หากมองจากเปอร์เซ็นต์การครองเกมแน่นอนว่า “เดอะ เร้ดส์” เหนือกว่าตามสภาพ แต่หากมองไปที่จังหวะการทำประตูงานนี้เจ้าบ้านเหนือกว่า โดยเฉพาะจังหวะหลุดกับดักล้ำหน้าของ เจสซี่ ลินการ์ด และจังหวะการโขกของ ปอล ป็อกบา ซึ่งทั้งสองจังหวะต้องขอบคุณ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่จัดการป้องกันได้หมด

ฉะนั้นสำหรับ ลิเวอร์พูล การได้ 1 คะแนนไม่ใช่เรื่องเลวร้ายมากนัก ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้ว่าผลเสมอจะทำให้พวกเขาโดน อาร์เซน่อล แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรเช่นกัน

1. แมนฯ ยูไนเต็ด เจ็บระนาว
การที่ “ปีศาจแดง” ขาด เนมานย่า มาติช และ อองโตนี่ย์ มาร์ซิยาล แน่นอนว่าทำให้เกมของเจ้าบ้านค่อนข้างจะเป็นรอง ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะในครึ่งแรก แต่ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่านั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนตัวถึง 3 คนตั้งแต่ครึ่งแรก เพราะปัญหาบาดเจ็บยิ่งเป็นอะไรที่ย่ำแย่เป็นสองเท่า

หลังเกมผ่านไป 20 นาที แมนฯ ยูฯ

ก็ต้องเสียศูนย์จากอาการบาดเจ็บของ อันเดร์ เอร์เรร่า ทำให้ต้องส่ง

อันเดรียส เปเรยร่า ลงสนามจากนั้นไม่กี่นาทีสถานการณ์ก็ย่ำแย่เมื่อ ฆวน มาต้า โดนโรคเดี้ยงเล่นงานส่งผลให้ต้องฝืนส่ง

เจสซี่ ลินการ์ด ลงสนาม และการส่งแข้งที่ยังฟิตไม่เต็มร้อยลงเล่นก็ส่งผลเสียเมื่อนักเตะได้รับบาดเจ็บ จนทีมต้องเปลี่ยนตัว อเล็กซิส ซานเชซ ลงเล่นในช่วงท้ายเกม

สำหรับโปรแกรมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วงเมื่อพวกเขามีคิวต้องไปเยือน อาร์เซน่อล กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในอีกไม่กี่สัปดาห์ ฉะนั้นหากนักเตะตัวหลักที่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานหายเจ็บไม่ทัน งานนี้ โซลชา คงต้องปรับกลยุทธ์กันยกใหญ่

2. ซาลาห์ หายสาปสูญที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ไร้สกอร์, เสมอ, พลาด 3 คะแนน และ โม ซาลาห์ ซึ่งนำดาวซัลโวประจำทีมและในลีก ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้าย และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ คล็อปป์ เพราะ ดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ไม่สามารถสร้างปัญหาในกับเกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย

ดาวเตะแดนมัมมี่ พยายามที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าบ้าน แต่ดูเหมือนว่าเขาต้องเจอกับงานที่สุดหินเมื่อโดน ลุค ชอว์ จัดการจนอยู่หมัด และไม่สามารถที่จะหาพื้นที่เพื่อที่จะเจาะเข้าไปทำประตูได้เลย หากมองจากโอกาสในครึ่งแรก นอกจากจังหวะยิงฟรีคิกที่ไม่มีลุ้นอะไรเลย ที่เหลือ ซาลาห์ แทบไม่มีประโยชน์กับเกม

นี่เป็น “แดงเดือด” อีกหนึ่งเกมที่ อดีตสตาร์ โรม่า และ เชลซี ต้องพบกับความยากลำบากในการเค้นฟอร์มเก่งออกมา ซึ่งต่างจากตอนที่ ลิเวอร์พูล มี หลุยส์ ซัวเรซ หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรซ เพราะทั้งสองคนนิยมชมชอบยิงประตู แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม แม้ ซาลาห์ จะเค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ การได้ 1 คะแนนก็ทำให้ ลิเวอร์พูล แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำจ่าฝูงได้สำเร็จ

3. เกมบุกเล่นไม่ออกทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้เล่นเกมรุกพรสวรรค์สูงอยู่เต็มทีม แต่พวกเขาไม่สามารถระเบิดฟอร์มถล่มประตูได้เหมือนกับหลายๆ เกมที่ผ่านมา

ในส่วนของ ยูไนเต็ด นั้น มาร์คัส แรชฟอร์ด ต้องเจอกับความยากลำบากในการหาจังหวะเข้าทำ แถมยังเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องฝืนเล่นตลอดทั้งเกม ขณะที่ ปอล ป็อกบา ก็ไม่ฉายแสงในเกมนี้ ที่สำคัญยังพลาดโอกาสทองจากจังหวะโหม่งเหน่งๆแต่บอลไปตรงตัว อลีสซง ในช่วงต้นครึ่งหลัง

ขณะที่ฝั่ง ลิเวอร์พูล ยิ่งหนักกว่านอกจาก โม ซาลาห์ ที่เหมือนโดนลักพาตัวไปตลอดทั้งเกมจนโดนเปลี่ยนตัวออกช่วง 10 นาทีสุดท้ายแล้ว

ซาดิโอ มาเน่ ก็แทบไม่มีบทบาทอะไรกับทีม ขณะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ สามารถขู่เกมรับของ “ปีศาจแดง” ได้ แต่สุดท้ายเจอโรคเดี้ยงเล่นงานทำให้ต้องโดนเปลี่ยนตัวออก แถมคนที่ลงมาแทนอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับทีม

4. ผลเสมอไม่ได้เลวร้าย
แม้ว่า ลิเวอร์พูล บุกมาเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะคว้า 3 คะแนนกลับบ้านให้ได้ เพื่อโอกาสในการสร้างแรงกดดันใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แต่ “หงส์แดง” คงไม่ได้รู้สึกผิดหวังมากนักที่คว้า 1 คะแนนออกจาก “โรงละครแห่งความฝัน”

หากมองจากรูปเกมแน่นอนว่า ลิเวอร์พูล ครองเกมเหนือกว่าเจ้าบ้าน แต่หากมองจากโอกาสในการทำประตูขอบอกเลยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายหลายครั้ง โดยเฉพาะจากจังหวะหลุดเดี่ยวของ ลินการ์ด แต่เดชะบุญที่ อลีสซง ป้องกันได้อย่างหวุดหวิด หรือจังหวะการโขกเหน่งๆ ของ ป็อกบา แต่ โกล์บราซิเลียน ยังยืนถูกที่ถูกเวลา

ขณะเดียวกันทางฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ผลเสมอในแมตช์นี้ทำให้พวกเขาโดน อาร์เซน่อล ที่ชนะ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 แซงขึ้นไปยึดอันดับ 4 เรียบร้อยแล้ว กระนั้นหากมองจากภาพรวมการแบ่งแต้มกันไปไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับทั้งสองทีม

5. โซลชา สมควรโดนวิจารณ์ไหม ?
ช่วงที่ผ่านมาผู้คนมากมายต่างกล่าวยกย่องสรรเสริญ โซลชา ในการเข้ามาปลุกชีพ “ปีศาจแดง” ให้ฟื้นขึ้นจากหลุม หลังจากที่พวกเขาทำผลงานย่ำแย่จนแทบหมดลุ้นอันดับท็อปโฟร์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่โดนอัปเปหิช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.andro-pay.com/แดงเดือด/

Related Posts

Written By:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *