in Uncategorized

รุ่นพี่ของ โซลชา! 5 กุนซือชั่วคราวผลงานหรูในวงการฟุตบอลอังกฤษ

          โซลชา  ถึงแม้ตอนนี้จะยังอยู่ในตำแหน่งด้วยฐานะ “ผู้จัดการทีมชั่วคราว” ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ทำผลงานได้สุดยอดมากๆ ด้วยการพาทีมแพ้แค่เกมเดียวจากการคุมทีมทั้งหมด 17 นัดในทุกรายการ และในจำนวนนั้นก็เป็นการชนะถึง 14 หนด้วยกัน
ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบนี้ มันก็ทำให้หลายคนเชื่อว่า โซลชา น่าจะได้รับงานคุมทีมแบบถาวรแน่นอน แต่ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ใช่กุนซือชั่วคราวคนแรกในวงการฟุตบอลอังกฤษที่ทำผลงานได้ดีแบบนี้ และวันนี้เราจะมาย้อนดูกันว่านายใหญ่ขัดตาทัพคนไหนของทีมในอังกฤษที่เคยทำผลงานได้น่าประทับใจกันบ้าง

– ทิม เชอร์วู้ด (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

หลังจากหมดความเชื่อมั่นในตัว อันเดร วิลลาช-โบอาช กุนซือหนุ่มชาวโปรตุกีสจนปลดเขาออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2013 สเปอร์ส ภายใต้การบริหารของ แดเนี่ยล เลวี่ ก็ตัดสินใจให้ เชอร์วู้ด เข้ามาคุมทีมแบบชั่วคราว ด้วยความหวังว่าเขาจะปลุกสปิริตของทีมได้ เพราะเจ้าตัวก็เคยเล่นให้ สเปอร์ส มาก่อน แถมยังเคยรับงานผู้อำนวยการเทคนิคของทีมมาแล้ว

ที่จริงแล้ว เชอร์วู้ด ก็ทำผลงานได้น่าพอใจ เพราะเขาพาทีมจบฤดูกาล 2013-14 ด้วยการได้อันดับ 6 ของตารางคะแนน พร้อมกับได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า ยูโรปา ลีก แต่นั่นยังไม่ดีพอในสายตาของ เลวี่ จนทำให้เจ้าตัวต้องบอกลาทีมในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2014 ซึ่งก็ต้องบอกว่า เลวี่ ตัดสินใจได้ถูกต้อง เพราะคนที่เขาดึงเข้ามาคุมทีมต่อคือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และกุนซือชาวอาร์เจนไตน์ก็ทำให้ สเปอร์ส กลายเป็นหนึ่งในยอดทีมของเกาะอังกฤษได้แล้ว

– ราฟาเอล เบนิเตซ (เชลซี)


ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2012 เบนิเตซ ได้กลับมาสู่วงการลูกหนังอังกฤษอีกครั้งเมื่อ เชลซี ตัดสินใจให้เขามาคุมทีมแบบขัดตาทัพ หลังจาก โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ทำผลงานได้น่าผิดหวัง ซึ่งตอนแรกหลายคนก็เย้ยหยันว่า เบนิเตซ ไม่มีทางกอบกู้สถานการณ์ของ เชลซี ได้แน่นอน ซึ่งตอนแรกมันก็เหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะเขาไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ศึกชิงแชมป์สโมสรโลกมาครองได้ จากการแพ้ โครินเธียนส์ 0-1

อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวสแปนิชกลับทำให้หลายคนต้องทึ่ง เพราะเขาสามารถทำให้ เชลซี ซิวแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำซีซั่น 2012-13 มาครองได้ พร้อมกับทำให้ทีมจบซีซั่นด้วยการเป็นที่ 3 ด้วย ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้คุมทีมต่อหลังจบฤดูกาลนั้น

– เคนนี่ ดัลกลิช (ลิเวอร์พูล)


ผลงานอันเลวร้ายในยุคของ รอย ฮ็อดจ์สัน ในฤดูกาล 2010-11 เป็นสิ่งที่เหล่า “เดอะ ค็อป” ยังจำได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งบอร์ดบริหารของ ลิเวอร์พูล ในตอนนั้นก็ทนไม่ไหวเช่นกัน จนถึงขั้นตัดสินใจแยกทางกับเขาในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 เลย

ในช่วงเวลานั้น ลิเวอร์พูล หันไปพึ่งพา ดัลกลิช และตำนานของแฟนบอล ลิเวอร์พูล ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะถึงแม้ทีมจะอยู่ในอันดับ 12 ในตอนที่เขาเข้ามารับงาน แต่ ดัลกลิช ก็สามารถพาทีมจบฤดูกาลด้วยการเป็นอันดับ 6 ได้

ผลงานดังกล่าวทำให้ ดัลกลิช ได้รับสัญญาให้คุมทีมแบบถาวรในซีซั่น 2011-12 ซึ่งในฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล ได้ทั้งแชมป์ ลีก คัพ และเป็นรองแชมป์ เอฟเอ คัพ แต่ผลงานอันย่ำแย่ในลีกจากการเป็นที่ 8 ของตารางคะแนนก็ทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจแยกทางกับเขาหลังจบซีซั่น

– กุส ฮิดดิ้งค์ (เชลซี)

ในโลกฟุตบอลมันมีน้อยคนมากที่จะได้เป็น “กุนซือชั่วคราว” 2 ครั้ง ยิ่งกับทีมเดียวกันยิ่งเป็นไปได้ยากขึ้นอีก แต่ ฮิดดิ้งค์ สามารถคุยได้ว่าเขาผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาแล้ว เพราะเจ้าตัวเคยรับงานคุม เชลซี แบบชั่วคราวในฤดูกาล 2008-09 กับ 2015-16

สำหรับหนแรกนั้น เขาเข้าไปคุมทีมเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 แทนที่ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้สุดยอด ด้วยการพาทีมแพ้แค่นัดเดียวจากการลงเล่นในทุกรายการ แถมยังพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครองได้ด้วย ส่วนในลีก เชลซี เป็นอันดับ 3 ของตารางคะแนน

ขณะที่ในการคุม เชลซี แบบขัดตาทัพรอบสอง ภารกิจของเขาก็หนักอึ้งพอกัน เพราะตอนที่เขาเข้าคุมทีมนั้น เชลซี มีสภาพย่ำแย่ติดตัวมาจากยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนถึงขนาดอยู่ในอันดับที่ 16 ของตารางคะแนน ถึงกระนั้น กุนซือชาวดัตช์ก็ทำผลงานอันสุดยอดด้วยการพาทีมไม่แพ้ใครเลยในเกมลีก 12 นัดแรก ทำให้จนถึงทุกวันนี้เขายังเป็นกุนซือที่ไม่แพ้ใครใน พรีเมียร์ลีก ติดต่อกันนานที่สุดนับตั้งแต่วันแรกที่รับงาน ก่อนที่สุดท้ายจะพาทีมจบซีซั่นด้วยการได้อันดับ 10

– โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ (เชลซี)

กุนซือชั่วคราวที่พาทีมคว้าแชมป์มาครองได้อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครที่จะทำได้ยิ่งใหญ่เหมือน โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เขาถูกแต่งตั้งให้คุม เชลซี แบบขัดตาทัพแทนที่ วิลลาช-โบอาช ในวันที่ 4 มีนาคม ปี 2012 และทุกคนก็คิดว่าพอจบฤดูกาลแล้วเขาก็ต้องลงจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม ดิ มัตเตโอ สร้างเรื่องที่น่าเหลือเชื่อขึ้นมาได้ ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครองแบบหน้าตาเฉย จากการชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงดวลจุดโทษ ทำให้ความฝันของ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมชาวรัสเซียที่อยากเห็นทีมได้ถ้วย “บิ๊กเอียร์” เป็นความจริงได้

แน่นอนว่าผลงานระดับนี้ทำให้ เชลซี แต่งตั้ง ดิ มัตเตโอ ให้ได้คุมทีมแบบถาวรทันที แต่มนต์ขลังของกุนซือชาวอิตาเลียนก็หมดลงอย่างรวดเร็ว เพราะเขาทำผลงานได้ย่ำแย่ในฤดูกาล 2012-13 จนทำให้โดนเด้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2012

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th/football/premierleague/view/119487

Written By:

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *